เมื่อ AI ทำงานแทนคนได้มากขึ้น ตำแหน่ง “PA” กำลังเปลี่ยนความหมายไปตลอดกาล
ย้อนกลับไปเมื่อ 15 กว่าปีก่อน ตอนที่ดิฉันเริ่มต้นเส้นทางการเป็นผู้ช่วยผู้บริหาร คำถามที่ผู้บริหารมักถามในห้องสัมภาษณ์คือ “พิมพ์ดีดเร็วไหม” “จัดตารางนัดเป็นไหม” “ทำเอกสารเรียบร้อยหรือเปล่า”
แต่วันนี้ ปี 2026 คำถามเหล่านั้นแทบไม่มีความหมายอีกต่อไป
เพราะงานที่เคยเป็น “หน้าที่หลัก” ของ PA อย่างการจัดตาราง จดบันทึกการประชุม หรือแม้แต่ร่างอีเมล ตอนนี้ AI ทำได้ในไม่กี่วินาที
สิ่งที่ผู้บริหารเริ่มมองหาจึงไม่ใช่คนที่ “ทำงานแทนได้” อีกต่อไป แต่เป็น คนที่คิดเป็น เข้าใจธุรกิจ และใช้ AI เป็น เพื่อเป็นคู่คิดที่ไว้วางใจได้
จากประสบการณ์ตรงในฐานะอดีตผู้ช่วยผู้บริหารระดับสูงมากว่า 15 ปี ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นจำ บวกกับการได้เป็นที่ปรึกษาผู้บริหารให้กับหลายธุรกิจ ดิฉันสรุปออกมาได้ว่า คนที่ผู้บริหาร “ไว้วางใจ” จริงๆ ในยุคนี้ มักมีคุณสมบัติร่วมกัน 5 ข้อนี้
1. คิดล่วงหน้า (Proactive Thinking)
PA ที่ผู้บริหารไว้ใจ ไม่ใช่คนที่รอรับคำสั่งแล้วค่อยทำ แต่เป็นคนที่ วิเคราะห์ วางแผน มองภาพรวม และแก้ปัญหาได้ก่อนที่ปัญหาจะเกิด
เวลาผู้บริหารพูดถึงงานหนึ่ง PA ที่คิดล่วงหน้าจะไม่ได้ยินแค่คำสั่ง แต่มองเห็นสิ่งที่ตามมาด้วย เช่น ถ้าผู้บริหารบอกว่า “สัปดาห์หน้ามีประชุมกับลูกค้าญี่ปุ่น” PA ที่ดีจะไม่ใช่แค่จองห้องประชุม แต่เตรียมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับลูกค้า เตรียมล่ามหรือเอกสารแปล และคิดล่วงหน้าถึงมารยาททางธุรกิจที่ต้องระวัง
2. สื่อสารอย่างมืออาชีพ (Professional Communication)
ทักษะนี้ไม่ใช่แค่ “พูดเพราะ” แต่คือการ เข้าใจผู้คน ชัดถ้อยชัดคำ และประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
PA คือจุดเชื่อมระหว่างผู้บริหารกับคนอีกหลายสิบ หลายร้อยคนในองค์กร การสื่อสารที่ดีหมายถึงการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูดตรง เมื่อไหร่ควรประนีประนอม และรู้จักปรับน้ำเสียงให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ — ไม่ว่าจะคุยกับซีอีโอ ลูกน้อง หรือลูกค้า
3. เข้าใจธุรกิจ (Business Acumen)
PA ยุคใหม่ต้อง มองภาพรวมองค์กร เชื่อมโยงงานได้ และสร้างคุณค่าเพิ่ม ไม่ใช่แค่ทำตามที่สั่ง
การเข้าใจธุรกิจหมายถึงการรู้ว่าองค์กรทำอะไร มีเป้าหมายอะไร แข่งขันกับใคร และงานที่ตัวเองรับผิดชอบส่งผลต่อภาพใหญ่อย่างไร เมื่อ PA เข้าใจบริบทธุรกิจ จะสามารถตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวันได้อย่างสอดคล้องกับทิศทางองค์กร โดยไม่ต้องถามผู้บริหารทุกเรื่อง
4. ใช้ AI อย่างชาญฉลาด (Smart AI Utilization)
นี่คือคุณสมบัติที่แบ่งแยก PA รุ่นเก่ากับ PA รุ่นใหม่ชัดเจนที่สุด
การใช้ AI อย่างชาญฉลาดไม่ได้หมายถึงแค่ “ใช้ ChatGPT เป็น” แต่คือการ ใช้ AI Tools ให้เกิดประโยชน์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และตัดสินใจได้เร็วขึ้น เช่น ใช้ AI ช่วยสรุปการประชุมยาวๆ ให้เหลือประเด็นสำคัญ ใช้ AI ช่วยร่างอีเมลหลายเวอร์ชันแล้วเลือกที่เหมาะสมที่สุด หรือใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลก่อนเสนอผู้บริหาร
PA ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือขยายศักยภาพตัวเอง จะทำงานได้เร็วและแม่นยำกว่า PA ที่ยังทำทุกอย่างด้วยมือ
5. เป็นคู่คิดที่ไว้วางใจได้ (Trusted Confidant)
ข้อนี้คือหัวใจของทุกข้อที่ผ่านมา และเป็นสิ่งที่ AI ไม่มีวันแทนที่ได้
PA ที่ผู้บริหารไว้ใจจริงๆ คือคนที่ รักษาความลับ น่าเชื่อถือ รับผิดชอบสูง และเป็นเพื่อนคู่คิดพร้อมขับเคลื่อนความสำเร็จไปกับผู้บริหาร ความไว้วางใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่สั่งสมจากความสม่ำเสมอ ความซื่อสัตย์ และการพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสถานการณ์ที่ต้องใช้วิจารณญาณ
แล้วคุณล่ะ วันนี้คุณมีครบกี่ข้อ?
ทั้ง 5 ข้อนี้ไม่ใช่พรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิด แต่เป็น ทักษะที่ฝึกฝนและพัฒนาได้ ผ่านความเข้าใจ กระบวนการที่ถูกต้อง และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
นี่คือเหตุผลที่ PA Academy พัฒนาหลักสูตรที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ PA/EA มืออาชีพ เพื่อช่วยให้คุณก้าวจาก “ผู้ช่วยที่ทำงานตามคำสั่ง” ไปสู่ “Right-Hand Partner” ที่ผู้บริหารไว้วางใจอย่างแท้จริง — ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะการอ่านคน การสื่อสารอย่างมืออาชีพ หรือการใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงาน
หากคุณกำลังมองหาแนวทางพัฒนาตัวเองให้เป็น PA ที่ผู้บริหารมองหา หรือกำลังดูแลทีมผู้ช่วยผู้บริหารในองค์กรและอยากยกระดับทั้งทีม ทักมาคุยกับเราได้ที่ LINE @paacademy หรือดูรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
Make Your PA Right — From the Right PA to the Right-Hand Partner
บทความโดย โค้ชแอน (พัชร์ทวัญ วงศ์บวรสกุล) ผู้ก่อตั้ง PA Academy และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผู้ช่วยผู้บริหาร ด้วยประสบการณ์ตรงในฐานะ Senior Executive Assistant กว่า 15 ปี
ติดต่อ: paacademy.club | LINE: @paacademy | Facebook: PA Academy
